ภาวะใดบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วย PRP
การบาดเจ็บจากกีฬา รวมถึงการบาดเจ็บหรือฉีกขาดของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
ภาวะข้อศอกอักเสบ (Tennis Elbow) เอ็นข้อไหล่ (Rotator Cuff) ฉีกขาดระยะเริ่มต้น และโรครองช้ำ (Plantar Fasciitis)
โรคข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น (Early-stage Knee Osteoarthritis)
การรักษา 1 คอร์สใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปแพทย์จะฉีด PRP รวม 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ ผลของการรักษาสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี และผู้ป่วยสามารถฉีดซ้ำได้ทุกปีเพื่อรักษาและกระตุ้นการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
PRP มีความปลอดภัยสูงเพราะใช้เลือดของผู้ป่วยเองในการบรรเทาการบาดเจ็บและเร่งการฟื้นตัว อย่างไรก็ตามต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง เพราะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพของ PRP ทั้งปัจจัยจากตัวผู้ป่วย เทคนิคการเตรียม และเทคนิคการฉีด
คำถามที่พบบ่อย
ก่อนทำควรเตรียมตัวอย่างไร ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคุมโรคประจำตัวให้ดีโดยเฉพาะไขมันในเลือดสูงและเบาหวาน และหลีกเลี่ยงยาต้านการอักเสบและยาละลายลิ่มเลือด
ใช้เวลานานแค่ไหน กระบวนการเตรียม PRP ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และการฉีดใช้เวลาประมาณ 5 นาที ผู้ป่วยกลับบ้านได้ทันที หากรวมการฟื้นฟูจะใช้เวลาเพิ่มประมาณ 30–60 นาที
จะเห็นผลเมื่อไหร่ ผู้ป่วยมักเริ่มเห็นผลภายใน 4–6 สัปดาห์ และผลอาจอยู่ได้ 6 เดือนถึง 2 ปีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะที่เป็น โดยทั่วไปได้ผลตั้งแต่การฉีดครั้งแรก แต่หากจำเป็นต้องฉีดเพิ่มจะเว้นห่างประมาณ 4–6 สัปดาห์
