PRP ช่วยฟื้นฟูข้อเข่าได้อย่างไร
เมื่อข้อเริ่มเสื่อม สมดุลของสารในน้ำไขข้อจะเสียไป โดยเกิดสารที่กระตุ้นการอักเสบมากขึ้นและสารที่กระตุ้นการฟื้นฟูลดลง การที่ผิวข้อเข่าเริ่มขรุขระเสียดสีและเจ็บปวดทำให้หลั่งสารอักเสบมากขึ้นจนสมดุลของน้ำไขข้อเสียไป
เกล็ดเลือดที่ฉีดเข้าไปจะช่วยปรับสมดุลของน้ำไขข้อ ลดการอักเสบ และยังมีโอกาสกระตุ้นการฟื้นฟูผิวข้อ เพราะในเกล็ดเลือดมี Growth Factor และโปรตีนสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูระดับเซลล์และชะลอการเสื่อมของผิวข้อ ต่างจากการฉีดสเตียรอยด์ที่ลดปวดลดอักเสบเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ได้กระตุ้นการฟื้นฟู
เหมาะกับผู้ป่วยระยะใด และการเตรียมตัว
การฉีด PRP เข่าเหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะแรกถึงปานกลาง คือมีการเสื่อมแต่ยังไม่มาก ยังไม่คดหรือโก่ง หากเข่าเสื่อมรุนแรงมาก การฉีด PRP อาจไม่เห็นผลชัดเจน และแพทย์อาจต้องพิจารณาผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมหรือวิธีอื่น
การเตรียมตัว ได้แก่ พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและเลือกวิธีที่เหมาะกับระยะโรค ผู้ป่วยต้องไม่มีภาวะขาดน้ำเพราะจะทำให้ดูดเลือดได้ยาก งดยาตามแพทย์สั่งก่อนฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะยาลดการอักเสบ ยาละลายลิ่มเลือด และยาต้านเกล็ดเลือด รวมถึงควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและไขมันในเลือดสูงให้ดี เพราะมีผลต่อคุณภาพของเกล็ดเลือด
โดยทั่วไปจะฉีด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ และควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หลังฉีดควรงดยาต้านการอักเสบและสเตียรอยด์ หากปวดสามารถใช้ยาแก้ปวดหรือประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้
ข้อดีของการฉีด PRP รักษาข้อเข่าเสื่อม
ผลข้างเคียงน้อยหรือแทบไม่มี เพราะเป็นสารจากเลือดของผู้ป่วยเอง ฟื้นฟูรักษาข้อเข่าเสื่อมได้อย่างตรงจุด และช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดข้อเข่าในรายที่ยังเสื่อมไม่มาก
ใช้เวลารักษาน้อยและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องทนทรมานกับอาการปวดเข่า เข่าฝืด หรือลุกนั่งลำบาก อย่างไรก็ตามการฉีด PRP ต้องอาศัยเทคนิคการเตรียมและการฉีดที่ดีจึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
